1. การบูชาพระพุทธรูปทรงเครื่อง (พระพุทธมหาจักรพรรดิ)
ในทางพุทธศิลป์และคติธรรม "พระมหาจักรพรรดิ" คือ พระพุทธรูปปางทรงเครื่องกษัตริย์ (สวมมงกุฎ ทรงเครื่องอลังการ) มีที่มาจาก มหาชมพูบดีสูตร เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อทรมาน (ราบปราม) พญาชมพูบดีกษัตริย์ผู้เย่อหยิ่ง ให้ลดทิฐิและหันมาเลื่อมใสในพระธรรม
เครื่องสักการะบูชา
ธูป : 3 ดอก หรือ 9 ดอก (ระลึกถึงพระรัตนตรัยหรือพระมหาจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่)
เทียน : 2 เล่ม (ส่องสว่างนำทางปัญญา)
ดอกไม้/พวงมาลัย : นิยมใช้ดอกบัว ดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีเหลือง/ทอง สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและบารมี
น้ำสะอาด : 1 แก้ว
ผลไม้หรือขนมมงคล : (ถ้ามี) เช่น ส้ม กล้วย ขนมชั้น
2. การสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)
การบูชาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน คือการสวด "คาถามหาจักรพรรดิ" ประพันธ์โดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา (และสืบทอดโดย หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองปอง) เชื่อว่ามีอานิสงส์สูงมาก ช่วยปรับภพภูมิ แผ่เมตตา เสริมบุญบารมี และปกป้องคุ้มครองภัย
ขั้นตอนการบูชาและสวดมนต์
1) ตั้งนโม 3 จบ
นโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
2) บทไตรสรณคมน์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
3) บทพระคาถามหาจักรพรรดิ
นโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีเทวา วัณฑะนัง อิมีนา สักกาเรนะ ชัยยะมังคะลัง
อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ นามามิหัง
4) การอธิษฐานจิตและแผ่เมตตา (สัพเพ)
เมื่อสวดเสร็จแล้ว นิยมสวดบทแผ่เมตตาอัดพลังบุญ (บทสัพเพ) เพื่อแผ่ส่วนกุศลให้โอปปาติกะและสรรพสัตว์ทั้งหลาย:
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยังพะลัง
อะระหันตานัญจะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(สวด 3 จบ หรือ 5 จบ แล้วนึกตั้งจิตแผ่บุญกุศลออกไป)
3. หัวใจสำคัญของการบูชา
ไม่ว่าจะบูชาด้วยเครื่องสักการะ (อามิสบูชา) หรือการสวดมนต์ (ปฏิบัติบูชา) สิ่งสำคัญที่สุดคือ:
จิตใจที่สงบและเป็นกุศล: สวดมนต์ด้วยความตั้งใจ ไม่เร่งรีบ
การนำหลักธรรมมาใช้: การสวดคาถามหาจักรพรรดิมุ่งเน้นการฝึกจิตให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ การระลึกถึงความไม่ประมาท
และการแผ่ความเมตตาปรานีแก่ผู้อื่น